เส้นทางศึกษาธรรมตามรอยเสด็จเกาะช้าง

เส้นทางเดินป่า “ตามรอยเสด็จเกาะช้าง” เป็นเส้นทางเดินป่าชื่นชมความสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นไปพร้อมกับศึกษาประวัติศาสตร์ของร่องรอยจารึกพระปรมาภิไธย “จปร” พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งนักเดินป่าจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการเดินป่าที่ถูกต้อง เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติให้มากที่สุด ผ่านหลักสูตรการอบรมของโรงเรียนนักเดินป่า นอกจากนี้ตลอดเส้นทางมีพรรณไม้ที่ถูกบันทึกไว้ใน “พรรณพฤกษชาติเกาะช้าง พ.ศ. 2442 (Flora of Koh Chang) และน้ำตกธารมะยม รวมถึงน้ำตกคลองพลูให้นักเดินป่าได้ชื่นชมความสวยงาม

ELEVATION PROFILE | แผนภูมิลักษณะความสูงของเส้นทาง

Natural and Cultural Resources Along the Trail | จุดเด่นและสิ่งที่พบเห็นระหว่างทาง

Than Mayom Waterfall | น้ำตกธารมะยม

นักเดินป่าจะได้ชมความสวยงามของน้ำตกธารมะยมชั้นที่ 1 รวมถึงชั้นที่ 2, 3, และ 4 ที่ไม่ได้เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชม

Royal Monogram “Chor Por Ror (จปร)” Inscription No. 1

รอยจารึกพระปรมาภิไธย จปร ที่ ๑

ในการเสด็จประพาสเมืองตราด ครั้งที่ ๗ เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระนคร ราวเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๒๗ ประทับอยู่ ณ เขตเมืองตราด เป็นเวลา ๔ ราตรี ได้ความว่าเสด็จประพาสมายังเกาะช้าง บริเวณชุมชนสลักคอก ได้รับจะสร้างพระอุโบสถให้ตั้งชื่อวัดว่า วัดวัชคามคชทวีป หลังจากนั้นได้ เสด็จกลับมาขึ้นที่น้ำตกคลองมะยม ดังความในพระราชหัตถเลขา

…แล้วกลับมาขึ้นที่น้ำตกคลองมยมอีกเวลาหนึ่งได้จารึกอักษรชื่อย่อ และศักราชไว้เกลับก้อนศิลาหน้าน้ำตกซึ่งสูงกว่าทเล ๒๙๐ ฟิตที่นั้นมีน้ำตกแต่หน้าผาสูง ๙ วา ๒ ศอกเดิร แต่ฟื้นดินขึ้นไปจนถึงเปนสองชั่วโมงทั้งหยุดพักบ้าง…

มีการจารึกอักษรย่อพระปริมาภิไธยย่อ จปร. ที่ ๑ ไว้ที่บริเวณน้ำตกธารมะยมชั้น ๒

Royal Monogram “Chor Por Ror (จปร)” Inscription No. 2

รอยจารึกพระปรมาภิไธย จปร ที่ ๒

ในการเสด็จประพาสเมืองตราด ครั้งที่ ๘ เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระนคร ราวเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๐ ประทับเขตเมืองตราด เป็นเวลา ๔ ราตรี รายละเอียดปรากฎความในจดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน ภาค ๒๔ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จมายังน้ำตกธารมะยม โดยเรือพระที่นั่ง บุรพทิศ และได้โปรดเกล้าฯ  ให้จารึกอักษรพระนาม จ.ป.ร. ที่ ๒ ศักราช ๑๒๔๙ บริเวณแก่งทรงลุย (ระหว่างน้ำตกชั้น ๒ และ ๓)

…เวลาเช้า ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งกรรเชียง เข้าในคลองมะยม ประทับท่าเสด็จพระราชดำเนินไปตามทาง ไปถึงที่น้ำตกชั้นล่าง แล้วเสด็จขึ้นลนเช้าตามทางที่กรมการตัดถางและผูกราวเป็นการเรียบร้อย เสด็จพระราชดำเนินไปถึงที่น้ำตกชั้นบน มีน้ำตกลงมาแต่ที่สูง งามมากกว่าทุกแห่ง ประทับที่ก้อนศิลาใหญ่ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้จารึกอักษรพระราชดำเนินมา ณ ที่นี้ เมื่อปีวอก ฉศก ครั้งนี้โปรดเกล้าฯ ให้จารึกศักราช ๑๒๔๙ เติมลงอีก แล้วทรงฉายพระรูป…

Royal Monogram “Chor Por Ror (จปร)” Inscription No. 3

รอยจารึกพระปรมาภิไธย จปร ที่ ๓

เมื่อเสด็จถึงที่แห่งหนึ่ง มีศิลาอยู่ริมลำธารที่ประทับที่นั้น โปรดเกล้าฯ ให้จารึกศิลาเป็นอักษรพระนาม จ.ป.ร. และลงศักราช ๑๒๔๙ เป็น จปร.ที่ ๓

…เสด็จพระราชดำเนินต่อไปในลำคลองบ้าง ขึ้นบกบ้าง เลียบคลอง ไปบ้าง ไปตามลำคลอง มีคลองแยกเล็กๆ ไปอีกหลายแห่ง บางแห่งเป็นเกาะกลางคลองแยกไปสองข้างบ้าง เป็นที่สนุกน่าพิศวง ลำธารนั้นยาวไปไม่เห็นที่สิ้นสุด เสด็จพระราชดำเนินไปจนเวลาบ่าย ๓ โมงโศษ ถึงที่แห่งหนึ่ง มีศิลาอยู่ริมธารประทับที่นั้น โปรดเกล้าฯ ให้จารึกศิลาเป็นอักษรพระนาม จ.ป.ร. และลงศักราช ๑๒๔๙ แล้วสรงน้ำและฉายพระรูปประทับอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เสด็จกลับเกือบบ่าย ๔ โมง…

Royal Monogram “Chor Por Ror (จปร)” Inscription No. 4

รอยจารึกพระปรมาภิไธย จปร ที่ ๔

ในการเสด็จประพาสเมืองตราด ครั้งที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินออกจากพระนครเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๓๒ โดยเรือพระที่นั่งอุบลบุรพทิศ เสด็จถึงเมืองตราดเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ทรงประทับแรม ณ เขตเมืองตราดถึง 8 ราตรี รายละเอียดปรากฎความในราชกิจจานุเบกษา ในรัชกาลที่ ๕ เล่มที่ ๖ แผ่นที่ ๔๙ วันที่ ๙ มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๐๘ นำเบอร์ ๔๐๘ ลงข่าวเรื่อง “ข่าวการเสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองฝั่งทเลตวันออก”

…แล้วเสด็จพระราชดำเนินต่อไปข้างต้นลำธารอีกเปนลำธารราบๆ ล่วงไปจนถึงหัวเขาที่เป็นลับแลอยู่ข้างหลังสรงน้ำในลำธารเสด็จกลับมาฉายพระรูปที่อักษรพระนามที่ ๔ ซึ่งสลักใหม่ แล้วเสด็จกลับตามทางเดิมมาประทับที่อักษรพระนามที่ ๓ ที่น้ำตกสูงแล้วเสด็จกลับมาถึงน้ำตกชั้นลดเหนือเชิงเขาสรงน้ำ แล้วเสด็จกลับมาเรือพระที่นั่งเวลาทุ่มเศษประทับแรมที่นี้…

Examples of Plant Species Recorded in Flora of Koh Chang (1899) | ตัวอย่างพรรณไม้ที่ถูกบันทึกไว้ใน “พรรณพฤกษชาติเกาะช้าง พ.ศ. 2442 (Flora of Koh Chang)

หน่วยนกงุมเกาะช้าง (Beilschmiedia inconspicua Kosterm)

วงศ์ : Lauraceae

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : เป็นไม้ต้นหรือไม้พุ่มที่มีกิ่งก้านเรียว เรียงตัวแบบใบสลับ เรียบทั้งสองด้าน ใบเรียงกันเป็นตาข่าย รูปใบหอกจนถึงรูปไข่ โคนแหลม ยื่นออกมาเรียวยาว เส้นใบเรียว ตั้งตรง ก้านใบเรียว ก้านใบสั้นมาก ใบเลี้ยงมีขนาดใหญ่ ก้านดอกเกลี้ยง กลีบเลี้ยงรูปไข่แคบ มีเกสรตัวผู้เกลี้ยงเกลา กลีบเลี้ยงมีขนาดสั้น ช่อดอกมีเส้นไหมเล็กๆ ปกคลุมทั่วบริเวณ ผลทรงรี เติบโตในชีวนิเวศเขตร้อนชื้นเป็นหลัก และถูกพบที่เกาะช้าง จังหวัดตราด เมื่อปี พ.ศ. 2498 (ค.ศ.1955)

การกระจาย : พบได้บริเวณอินโดจีนไปจนถึงคาบสมุทรมาเลเซีย กัมพูชา มลายู ไทย และเวียดนาม

สถานภาพ : IUCN (2024)  (VU) TH Red List หายาก (R) และพืชเฉพาะถิ่น (Endemic)

กุหลาบคลองพลู (Erlobotrya stipularis Craib)

วงศ์ : Rosaceae

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ไม้ต้น สูงได้ถึง 10 ม. มีขนสั้นนุ่มตามช่อดอก ใบประดับ ฐานดอก กลีบเลี้ยงและโคนกลีบดอกด้านนอก ใบเรียงเวียน รูปรีถึงรูปใบหอก ยาว 7–20 ซม. ขอบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว 2–4 ซม. ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ยาว 8–12 ซม. ก้านช่อสั้น ใบประดับรูปใบหอก ก้านดอกยาว 3–5 มม. ฐานดอกยาว 2–3 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปไข่ ดอกสีขาว มี 5 กลีบ รูปไข่กลับกว้างเกือบกลม ยาว 4–5 มม. ฐานดอกขยายเป็นผล (pome) รูปไข่ ยาว 1–1.5 ซม. มี 1–2 เมล็ด

การกระจาย : พบได้ในไทย กัมพูชา พบตามป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา

สถานภาพ : พืชเฉพาะถิ่น (Endemic)

พลับชมิดต์ (Diospyros schmidtii Craib)

วงศ์ : Ebenaceae

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดกลาง สูงได้ถึง 20 เมตร มีกลีบเลี้ยงรูปร่างสี่เหลี่ยมเล็กที่โดดเด่น กิ่งก้านเป็นสีเข้มและมีขนสีน้ำตาล ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม ยาว 25 ซม. กว้าง 8 ซม. ใต้ใบมีขนสีน้ำตาลบางๆ กลีบดอกด้านนอกมีขนสั้น มีเกสรตัวผู้ 12 อัน กลีบเลี้ยงทรงสี่เหลี่ยม ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่จนถึงกลมแบน เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ซม. ค้นพบที่เกาะช้าง จังหวัดตราด เมื่อปี พ.ศ. 2442 (ค.ศ. 1899) โดย Mr.Johannes Schmidt ในการสำรวจ Flora of Koh Chang

การกระจายพันธุ์: พบได้แถบอินโดจีน บริเวณเขตร้อน กัมพูชา ไทย และเวียดนาม ในป่าเต็งรัง พื้นที่ลุ่มต่ำ

สถานภาพ : IUCN (2024) เป็นกังวลน้อยที่สุด (LC) และพืชเฉพาะถิ่น (Endemic)

การเตรียมตัว

  • ไม่มีเต็นท์ เครื่องนอน ให้บริการ นักเดินป่าจะต้องเตรียมไปเอง
  • อุทยานฯ จัดเตรียมอาหารและวัตถุดิบสำหรับทุกมื้อในรูปแบบเสบียงกองกลาง โดยผู้เข้าร่วมจะร่วมกันแบ่งภาระในการบรรทุกเสบียงเพื่อใช้ประกอบอาหารในป่า
  • นักเดินป่าจะต้องใช้ห้องน้ำในป่าธรรมชาติ แต่จะต้องรักษาความสะอาดโดยการขุดหลุมฝังกลบให้เรียบร้อย และไม่ใช้ทิชชู่เปียกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้
  • นักเดินป่าจะต้องนำขยะทุกชิ้นออกจากพื้นที่ป่า เพื่อรักษาความสะอาดและคงความงดงามของธรรมชาติไว้เช่นเดิม
  • ในเส้นทางอาจพบเห็บหรือทาก ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุมเหมาะสมกับการเดินป่า รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ยากันยุง ยารักษาโรคประจำตัว เป็นต้น
  • อุทยานฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่นำทาง และอำนวยความสะดวก 4 นาย ต่อทริป พร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • บริเวณจุดพักค้าง แนะนำให้ใช้เปล เนื่องจากสะดวกต่อการจัดพื้นที่ และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากที่สุด

ข้อมูลการเดินทาง

วิธีที่ 1 : ขับรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ → จ.ตราด → ท่าเรือเฟอร์รี่ → เกาะช้าง

  • ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ (ทางหลวงหมายเลข 7) → มุ่งหน้าไปชลบุรี
  • ต่อด้วยถนนสุขุมวิท (ทางหลวง 3) ผ่านระยอง → จันทบุรี → ตราด
  • จากตัวเมืองตราด มุ่งหน้าสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ (ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ) ข้ามเรือประมาณ 30 นาที
  • ขับรถต่อไปยังหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ กช.1 (ธารมะยม) ใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที

วิธีที่ 2 : รถโดยสารสาธารณะ

  • สถานีขนส่งหมอชิต หรือเอกมัย (กรุงเทพฯ)
  • เวลาเดินรถ: ตั้งแต่ 05.00 – 18.30 น.
  • เลือกลงจุดจอดแสนตุ้ง (จุดจอดรถมินิบัส)
  • เปลี่ยนเป็นรถสองแถวไปท่าเรือเฟอร์รี่ (ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ) เพื่อข้ามเรือ
  • ต่อรถสองแถวบนเกาะช้าง เพื่อไปยังหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ กช.1 (ธารมะยม)
  • มีบางบริษัท ให้บริการตรงถึงท่าเรือ (สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติม)

วิธีที่ 3 : เดินทางโดยเครื่องบิน

  • Bangkok Airways มีเที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังสนามบินตราด
  • มีบริการรถตู้รับส่งจากสนามบินไปยังท่าเรืออ่าวธรรมชาติ

อัตราค่าบริการ

แบ่งเป็น 2 ส่วน

  1. ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระล่วงหน้า
  • ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่นำทางและบริการการท่องเที่ยว จำนวน 4 นาย
    (2 วัน) 240 บาท/คน
  • ค่าเสบียง (6 มื้อ) 720 บาท/คน
  • ค่าประกันการจัดการขยะ 500 บาท/คน (อุทยานฯ จะคืนเงินค่าประกันเมื่อจบทริป และไม่มีความผิดเรื่องการทิ้งขยะในเขตอุทยานฯ)
  • ค่าเกียรติบัตร 100 บาท/คน
  • ค่าของที่ระลึก 320 บาท/คน
  • ค่าดำเนินการ 400 บาท/คน

รวมเป็นเงิน 2,280 บาท

  1. ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระในวันที่มาถึงอุทยานฯ
  • ค่าบริการผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติสำหรับบุคคล

บุคคลชาวไทย (ผู้ใหญ่) 40 บาท/คน (เด็ก) 20 บาท/คน

บุคคลชาวต่างชาติ (ผู้ใหญ่) 200 บาท/คน (เด็ก) 100 บาท/คน

  • ค่าบริการยานพาหนะ

รถจักรยานยนต์ 20 บาท/คัน

รถยนต์ 30 บาท/คัน

  • ค่าประกันอุบัติเหตุ

บุคคลชาวไทย 10 บาท/คน

บุคคลชาวต่างชาติ 40 บาท/คน

  • ค่าพื้นที่กางเต็นท์ 80 บาท/คน/คืน (สำหรับคืนวันพักแรมในป่า)
  • หากวันอบรมหลักสูตรนักเดินป่าเกาะช้าง นักท่องเที่ยวประสงค์พักกับอุทยานฯ จะต้องชำระเพิ่มอีก 80 บาท

หากท่านศึกษาข้อมูลเรียบร้อยแล้ว กรุณาย้อนกลับเพื่อทำแบบทดสอบบทเรียน