เส้นทางเดินป่าผาเป้า ผาแดงรุ่น น้ำตกศรีตาดโตน
“ผืนป่าแห่งนี้มีอะไรมากกว่าการเดินป่า สู่ที่มาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่”
อุทยานแห่งชาติภูผายล เดิมชื่ออุทยานแห่งชาติห้วยหวด ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 57 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2531 มีพื้นที่รับผิดชอบ 826.56 ตร.ม หรือประมาณ 517,850 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร มุกดาหาร และนครพนม ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผายล ตั้งอยู่ในตำบลจันทร์เพ็ญ อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร
ได้รับ สภาพโดยทั่วไป เป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาหินทราย มีความสูง 300-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณเทือกเขามีที่ราบหลังเต่ายาว ประมาณ 10 กิโลเมตร รายล้อมด้วยภูเขาสูงชัน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ของแม่น้ำหลายสาย ไหลลงสู่แม่น้ำพุง ห้วยบางทราย ห้วยหวด ห้วยเลา และอ่างเก็บน้ำต่างๆ ถึง 24 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยหวด อ่างเก็บน้ำตาน้อย เป็นต้น
สภาพดิน ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายความสามารถอุ้มน้ำได้น้อย สภาพอากาศ แบ่งออกเป็น 3 ฤดูกาลคือ ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม จะมีฝนตกชุกในเดือนสิงหาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,484 มิลลิเมตร/ปี ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนธันวาคมประมาณ 16 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ยประมาณ 32 องศาเซลเซียส
การเตรียมตัวเดินป่า ผาเป้า – ผาแดง – น้ำตกศรีตาดโตน
- เส้นทางเดินป่าผาเป้า-ผาแดง ระยะทาง 11.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินป่า 2 วัน 1 คืน
- ชนิดป่า ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ
- เส้นทางมีความลาดชันเล็กน้อย มีลานหิน ทางลื่น ควรระมัดระวังในการเดิน
- สภาพอากาศ ช่วงกรกฎาคม-ตุลาตม อุณภูมิในป่าประมาณ 25-35 องศา
- ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม กลางคืนถึงรุ่งสางอากาศเย็น 14-25 องศา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพลมและฝน
- เส้นทางไม่มีลูกหาบให้บริการ นักเดินป่าจะต้องแบกสัมภาระเอง
- จุดพักแรม มีแหล่งน้ำธรรมชาติสำหรับอุปโภค
- ไม่มีห้องน้ำให้บริการ นักเดินป่าต้องเข้าห้องน้ำธรรมชาติ
- ในเส้นทางมีสัญญาณโทรศัพท์ ในบางช่วง จุดพักแรม มีสัญญาณในบางจุด
- นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถไว้ที่ลานจอดรถ จุดบริการนักท่องเที่ยว หน่วยพิทักษ์ที่ ภย.4 (ห้วยโท)
- ช่วงเวลาที่เปิดเส้นทาง เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม ของทุกปี
- เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะสามารถเดินบนเส้นทางนี้ได้ ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง
การเตรียมตัวสู่เส้นทางเดินป่าผาเป้า ผาแดง – น้ำตกศรีตาดโตน
- ไม่มีเต็นท์ เครื่องนอน และอาหารให้บริการ นักเดินป่าจะต้องเตรียมไปเอง
- จุดพักแรมผาเป้า กลางคืนอากาศเย็นและลมแรง หรืออาจมีฝนตก ควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาว/กันฝน
- จุดพักแรม สาทารถก่อกองไฟ ในบริเวณที่กำหนดได้เท่านั้น นักเดินป่าจะต้องนำเตาสนามไปประกอบอาหารเอง
- นักเดินป่าต้องใช้ห้องน้ำในป่าธรรมชาติ จะต้องรักษาความสะอาดโดยการขุด-หลุมและฝังให้เรียบร้อย ไม่ใช้ทิชชู่เปียกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้
- นักเดินป่าจะต้องนำขยะทุกชิ้นออกจากป่า เพื่อคืนสภาพแวดล้อมให้มีความสะอาดและสวยงามดังเดิม
- ในเส้นทางอาจพบสัตว์หรือแมลงมีพิษ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุมเหมาะสมกับการเดินป่า รวมถึงอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ยากันยุง (แบบทา) ยารักษาโรคประจำตัว เป็นต้น
- อุทยานฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมกู้ชีพกู้ภัยเข้าร่วมเดินป่าพร้อมอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและรถฉุกเฉิน ให้บริการ ณ จุดเริ่มต้น
การเลือกจุดพักแรม
การเลือกพื้นที่พักแรมในป่าที่ดีควรคำนึงถึง 7 สิ่ง ได้แก่ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และ 3 สิ่งมีชีวิต คือ พืช สัตว์ และคน
- ดิน
เลือกพื้นที่ราบหรือเอียงน้อยที่สุด ควรเลือกพื้นที่ราบ ก่อนกางเต็นท์ควรเก็บกวาดพื้นที่ นำก้อนหินที่แหลมคม เศษกิ่งไม้ ออกก่อน เว้นพื้นที่ที่มีหญ้าขึ้นหนาแน่น ก่อนหินขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ที่มีน้ำแข็ง
ไม่ควรกางเต็นท์อยู่บริเวณเสี่ยงต่อดิน/หินถล่ม ไม่ควรพักแรมในพื้นที่ลาดเชิงเขา เพราะหากฝนตกหนัก อาจเกิดดินสไลด์ซึ่งหากจำเป็นควรสังเกต บริเวณโดยรอบว่าพื้นดินเป็นดินทรายปนหินดินร่วน หรือดินเหนียว เพราะหากเป็นดินทรายปนหินหรือดินร่วนปนทรายต้องถอยห่างจากเชิงเขาอย่างน้อย 10-20 เมตร
- น้ำ
ไม่พักแรมในทางน้ำไหล ริมน้ำ หรือลำธารแห้งแล้ง
ไม่ควรนอนขวางทางน้ำ แม้จะเป็นทางน้ำไหลหรือแห้งก็ตามเพราะเมื่อฝนตก น้ำป่าไหลบ่า
อาจต้องย้ายเต็นท์หนีน้ำกลางดึก หากเกิดกระแสน้ำป่าและโคลนถล่ม เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ถึงแม้หลักการพักค้างแรมในป่ามักจะต้องใกล้น้ำ0เนื่องจากความสะดวก แต่ก็ควรถอยห่างจากลำธารขึ้นสูงมาสักหน่อย ปลอดภัยไว้ก่อน
- ลม
สังเกตทิศทางของลม ไม่ควรกางเต็นท์อยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง ที่ไม่มีโขดหินหรือต้นไม้บังทิศทางลมเพราะบนพื้นที่สูง มีลมกรรโชกแรง ซึ่งลมอาจพัดเต็นท์ทั้งคืน อาจทำให้เต็นท์ปลิวหรือพังได้ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใช้สมอบก ยึดเต็นท์ทุกด้านให้แน่นและไม่ควรหันศีรษะไปทางลมปะทะ
- ไฟ
ระวังไฟ ไม่ควรกางเต็นท์ใกล้ กองไฟเกินไป เพราะสะเก็ดไฟอาจไหม้เต็นท์ได้ ในป่าอากาศจะหนาวเย็น นักเดินป่ามักจะก่อกองไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น ทั้งนี้ห้ามนำเตาไฟเข้าไปในเต็นท์เด็ดขาด เพราะอันตรายถึงชีวิต หากต้องการแสงสว่างภายในเต็นท์ ควรใช้โคมไฟ LED จะปลอดภัยกว่าหากหนาวก็ควรใช้ถุงนอน และแผ่นร้อนแบบพกพาจะช่วยให้อุ่นขึ้นได้ อุทยานแห่งชาติหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บางพื้นที่สามารถก่อไฟปรุงอาหารได้ แต่เราควรระวังเรื่องไฟไว้ให้มาก และก่อไฟในพื้นที่
ที่กำหนดให้เท่านั้น หลังใช้ต้องดับสนิท0เพื่อป้องกันไฟลุกลามสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ
- พืช
ไม่กางเต็นท์ใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่พักแรมใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะถ้าฝนตกกิ่งไม้อาจหักลงมา หรือต้นไม้โค่นลงมาทับได้ ควรหาทำเลไต้ร่มเงาไม้ที่ไม่ใหญ่นัก หรือหากเลี่ยงไม่ได้ก็สังเกตุก่อนว่ามีกิ่งไม้แห้งตายบนต้นไม้หรือไม่ อีกทั้งต้นไม้ใหญ่เปรียบเสมือนสายล่อฟ้าอย่างดี มีความเสี่ยงที่ฝ้าผ่าได้มากกว่า และถ้าเราอยู่ใกล้ๆ เราก็จะโดนกระแสไฟที่วิ่งมาตามพื้นดินด้วย
ระวังต้นไม้ที่มีพิษ
ในป่ามีต้นไม้ที่มีอันตรายอยู่ หากนักเดินป่าอยู่ใกล้หรือเผลอไปสัมผัสหรือรับประทานเข้าไป อาจเกิดการแพ้ คัน แสบร้อน หรืออันตรายถึงชีวิตได้ เช่น หมามุ่ย หานช้างร้อง หานกวาง ตำแย รักใหญ่ ยางน่อง เป็นต้น ทางหลีกเลี่ยงที่ดีที่สุด เดินอยู่ในเส้นทางและพักแรมในจุดที่กำหนดไว้ให้
- สัตว์
ไม่พักแรมบริเวณทางเดินสัตว์(ด่านสัตว์) พักแรมในป่า ควรสังเกตดูร่องรอยสัตว์ป่าตามพื้นก่อน เพื่อเลี่ยงการปะทะกับสัตว์ป่าที่อาจออกมาหา กินตามทางเดินยามค่ำคืน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้โดยเฉพาะช้างป่า ดังนั้นหากพบเห็นรองเท้าช้าง ขี้ช้างอย่างพักแรมบริเวณนั้นเด็ดขาด
ระวังสัตว์มีพิษตามพื้นดิน ก่อนกางเต็นท์หรือผูกเปล ควรปัดกวาดเศษใบไม้ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณที่จะกางเต็นท์นอนให้โล่งเตียน เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน เช่น แมงป่อง ตะขาบ หรือแม้แต่งู ที่อาจซุกซ่อนตามเศษใบไม้ ก้อนหิน ก่อนเข้านอน ควรตรวจตราให้รอบครอบ เก็บรองเท้าให้มิดชิด
ไม่ให้สัตว์มีพิษเข้าไปอยู่ในรองเท้า และก่อนใส่รองเท้าควรเช็คทุกครั้ง
- คน
รักษามารยาทในการใช้พื้นที่สาธารณะ กิจกรรมเดินป่าเป็นกิจกรรมนันทนาการที่กำลังเป็นกระแสนิยมในสมัยนี้ผู้คนหลั่งไหลเข้าป่าเพื่อสัมผัสธรรมชาติ ดังนั้นการเที่ยวป่าที่ถูกต้องนอกจากต้องเคารพธรรมชาติแล้ว ต้องเคารพผู้ร่วมทางไม่ควรส่งเสียงดังสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น ให้เกียรติซึ่งกันละกัน และงดใช้เสียงหลัง 21.00 น.
การจัดการขยะ
“ขยะทุกชิ้นที่นำเข้าป่า ต้องนำกลับออกจากป่าด้วย”
- เศษอาหาร(ขยะที่ย่อยสลายได้) หลายครั้งที่นักเดินป่าไม่รู้วิธีจัดการเศษอาหาร แล้วโยนทิ้งให้สัตว์ป่ากินจนสุดท้ายสัตว์ป่าถึงขั้นเสียชีวิต อาหารที่มนุษย์รับประทานบางชนิด
ไม่เหมาะสมกับสัตว์ป่า ทำให้ระบบย่อยอาหารของสัตว์บางชนิดไม่สามารถทำงานได้ หรืออาจทำให้พฤติกรรมของสัตว์ป่าเปลี่ยนไป ออกหากินในพื้นที่ลานกางเต็นท์ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจึงต้องมีวิธีการจัดการขยะโดยการฝังกลบ ให้มิดชิดและป้องกันการ
คุ้ยเขี่ยของสัตว์ป่า
การขุดหลุมฝังเศษอาหาร
“พลั่ว” เป็นอุปกรณ์ที่ต้องพกไปด้วยทุกครั้งที่เดินทาง เพื่อใช้ ขุด ฝัง กลบ อุจจาระ
เศษอาหาร และขยะที่ย่อยสลายได้ โดยหลุมควรมีความลึกอย่างน้อย 1 คืบ
มีขั้นตอนดังนี้
– เลือกพื้นที่ที่เหมาะสม
– ขุดหลุมลึกประมาณ 1 คืบ หรือ 15-20 เซนติเมตร
– เมื่อขับถ่ายเสร็จควรฝังกลบให้เรียบร้อย และไม่ทิ้งทิชซู่เปียกลงหลุม
- ขยะที่ไม่ย่อยสลาย หรือใช้เวลาย่อยสลายนานมาก
ต้องนำกลับออกไปคัดแยกและทิ้งให้ถูกที่ ห้ามทิ้งในป่าเด็ดขาด เพราะจะสร้างผล
กระทบต่อสัตว์ป่า พืช ดิน และคุณภาพน้ำ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาย่อยสลายนานมาก
ผาเป้า – ผาแดง
ผาเป้า – ผาแดง อยู่บนเทือกเขาภูพาน ในเขตรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาหินทราย มีความสูง 300-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณเทือกเขา เป็นที่ราบหลังเต่ายาว ประมาณ 10 กิโลเมตร รายล้อมด้วยภูเขาสูงชัน ที่มีความสูงลดหลั่นกันไปจึงเรียกแถบนี้ว่าเทือกเขาภูพานน้อย สามารถชื่นชมความสวยงามทางธรรมชาติของเทือกเขาภูพานน้อย ซึ่งเชื่อมโยง 3 จังหวัด สกลนคร นครพนมและมุกดาหาร และยังเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ อดีตเคยเป็นฐานที่มั่นของสหายกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง บริเวณผาเป้า-ผาแดงสามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก จุดพักแรมมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี เหมาะแก่การพักผ่อนและชมธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
- ถ้ำรู
ถ้ำรู เป็นถ้ำมีลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่ เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมเป็นเวลานาน เคยใช้เป็นป้อมปราการของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เนื่องจากเป็นรูโพรงสามารถหลบการลาดตระเวนทางอากาศจากกองทัพรัฐบาลไทย
ธรณีวิทยา
- หิน หรือสภาพทางธรณีวิทยาของอุทยานแห่งชาติภูผายล ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน มีลักษณะทางโครงสร้างทางธรณีวิทยาเป็นภูเขาหินทราย มีลักษณะการวางตัวเป็นแบบกระทะคว่ำ (Anticline) และกระทะหงาย (Syneline) ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกในอดีต หินที่พบจะอยู่ในชุดหินโคราช (Khorat Group) โดยประกอบไปด้วย 6 หน่วยหินดังนี้
1.หน่วยหินภูพาน (Phu Phan Formation) ซึ่งเป็นหินทรายปนกรวดสีขาวปนน้ำตาลเหลือง เม็ดตะกอนขนาดปานกลางถึงขนาดหยาบ มีกรวดปน มีความคงทนต่อการพังทลายได้ดี
2.หน่วยหินเสาขรัว (Sao Khrua Formation) ลักษณะเป็นหินทรายสีแดงอ่อน เม็ดตะกอนขนาดเล็กขาว บริเวณที่เป็นหินทรายแป้ง จะมีกรวดปนอยู่บ้าง และในบริเวณที่เป็นหินทรายแป้งปรากฏว่ารูปทรงของภูเขาจะเอียงลาด
3.หน่วยหินพระวิหาร (phra Wihan Formation) ส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาวถึงชมพู ขนาดตะกอนปานกลางถึงหยาบ
4.หน่วยหินภูกระดึง (Phu Kradung Formation) ลักษณะหินส่วนใหญ่เป็นหินดินดาน สีน้ำตาลม่วงแดง มีแร่ไมก้า ปะปนอยู่และปะปนด้วยหินทรายแป้ง สีน้ำตาลแดง
5.หน่วยหินน้ำพอง (Nam Phong Formation) ลักษณะเป็นหินทรายแดงถึงสีน้ำตาล พบหินปนกรวดบ้างเล็กน้อย
6.หน่วยห้วยหินลาด (Huay Hin Lat Formation) ลักษณะของหน่วยหินนี้เป็นกรวดปน มีหินทรายปนบ้างเล็กน้อย
- ดิน พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน พื้นที่แถบนี้เคยเป็นพื้นที่ป่าไม้
ที่อุดมสมบูรณ์มาแต่อดีต แต่เนื่องจากบริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการแห่งหนึ่งของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ทำให้การปฏิบัติการทางราชการมีมากไปด้วย0เพื่อการดังกล่าว จึงได้มีการตัดถนนหลายสายโดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 2330 และ 2339 เมื่อเหตุการณ์สงบลงทำให้ประชาชนอพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานและหาพื้นที่ทำกินเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพราะมีถนนเข้าถึงสะดวก
จนมีหมู่บ้านมากมายโดยรอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน สภาพพื้นที่ป่า จะเป็นป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ลักษณะดินจะเป็นไปตามสภาพป่า ป่าเต็งรังเป็นป่าไม้ผลัดใบ สภาพพื้นที่จะค่อนข้างแห้งแล้ง ดินร่วนปนทราย หินกรวด ป่าเบญจพรรณ เป็นป่าผลัดใบผสม
พบขึ้นอยู่ตามริมห้วยและตามหุบเขา โดยทั่วไปเป็นดินร่วนละเอียดถึงดินร่วนปนทราย ซึ่งมีความสามารถในการระบายน้ำได้ดี ดินชั้นล่างมักมีกรวดและหินปะปนอยู่บ้าง และมีการสะสมของอนุภาคดินเหนียว ดินในป่าเบญจพรรณมีความหนาแน่นรวมสูงทั้งดินชั้นบนและดินชั้นล่าง ส่วนป่าดิบแล้งนั้นจะเป็นในลักษณะของป่าไม้ที่ขึ้นปะปนกันระหว่างป่าเบญจพรรณกับป่าเต็งรัง จะมีการเก็บกักน้ำได้ดี
- แหล่งน้ำ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นภูเขาสลับซับซ้อนก่อให้เกิด ลำธารขึ้นมากมายหลายสาย พื้นที่รอบนอกเป็นพื้นที่ราบลุ่มและเหมาะสำหรับเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาตอนล่างจึงเป็นแหล่งกักเก็บน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เรียกว่า อ่างเก็บน้ำ มีจำนวน 24 แห่ง ซึ่งในจังหวัดนครพนม นั้นจะมีอ่างเก็บน้ำอยู่ 7 แห่ง คือ
1. อ่างเก็บน้ำห้วยโท ตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
2. อ่างเก็บน้ำนางออ ตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
3. อ่างเก็บน้ำห้วยผักดอก ตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
4. อ่างเก็บน้ำห้วยวังม่วง ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
5. อ่างเก็บน้ำกกตูม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
6. อ่างเก็บน้ำวังแปล ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
7. อ่างเก็บน้ำดงน้อย ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม
สำหรับแหล่งน้ำบริเวณเส้นทางผาเป้า-ผาแดง นั้น จะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีต้นกำเนิดจาก
เทือกเขาภูพาน ทำให้เกิดน้ำผุด น้ำซับ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลำธารสายต่างๆ และต้นกำเนิดของน้ำตก
โดยน้ำตกที่โดดเด่นและสำคัญต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่นี้คือ น้ำตกศรีตาดโตน ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงาม
น้ำใสสะอาด มีลานหินกว้าง อยู่ในท้องที่บ้านห้วยยาง ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร
- น้ำตกศรีตาดโตน อัญมณีเม็ดงามแห่งผืนป่าภูยางอึ่ง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นน้ำตกหินปูน
ที่มีความท่ามกลางความสวยงามเขียวขจีของผืนป่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะมีความงดงาม น้ำตกเกิดจากไหลมารวมตัวกันของสายน้ำเล็กๆหลายสาย ไหลลงสู่ร่องน้ำใหญ่ของลำห้วยโท0เป็นร่องห้วยระหว่างภูผาแดง ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในเขตตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และภูยางอึ่งอยู่ในเขต ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร น้ำตกศรีตาดโตน มีลักษณะเป็นลานหินกว้างลาดเอียง เรียกว่า ตาด ที่สามารถมองเห็นสายน้ำสีขาวแผ่ออกกว้างไหลตัดกับหินสีดำลงสู่เบื้องล่าง นับว่าเป็นความงามที่เกิดจากธรรมชาติสร้างสรรค์ น้ำตกศรีตาดโตน มีความสูงประมาณ 10 เมตร กว้างประมาณ 12 เมตร แอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำที่ไหลกระทบกับพื้นหินเป็นสีเขียว มีความลึกประมาณ 5 เมตร น้ำตกศรีตาดโตน เดิมชื่อน้ำตกตาดโตน เนื่องจากบริเวณชั้นบนของน้ำตกมีน้ำไหลผ่านลานกว้างเป็นช่วงๆหลายจุด ซึ่งชาวบ้านในตำบลเหล่าโพนค้อมักจะเรียกบริเวณที่เป็นลานกว้างว่า “ตาด” ก่อนที่จะไหลไปตามความลาดเอียงของชั้นหิน และไหลตกลงสู่เบื้องล่าง และชาวบ้านเรียกการไหลของน้ำตกจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำว่า “โตน” จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตก “ตาดโตน” และเมื่อปี พ.ศ. 2553 ได้มีการสำรวจซึ่งนำโดยนายพิทักษ์ บริพิศ นายอำเภอโคกศรีสุพรรณในขณะนั้น เพื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวของตำบลเหล่าโพนค้อ และได้ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2553 พร้อมกับได้เพิ่มคำว่า ศรี ซึ่งเป็นคำนำหน้าชื่อของอำเภอ เข้าไปอีกหนึ่งคำ จึงได้ชื่อว่า “น้ำตกศรีตาดโตน”
- สภาพป่า สภาพป่าบริเวณผาเป้า-ผาแดง มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีความสวยงามทางธรรมชาติป่าเขา น้ำตก หิน รวมถึงหินโพรงรูปหัวใจที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีลักษณะเป็นหน้าผาหินทรายสูงชัน ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติภูผายล สภาพป่าโดยทั่วไปจะเป็นป่าเต็งรัง สลับกับป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง0โดยในบริเวณป่าเต็งรังจะเป็นป่าโปร่ง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ และพืชพื้นล่างจำพวกหญ้าเพ็ก รวมทั้งมีดานหินอยู่มากมาย ซึ่งดานหินในป่าเต็งรัง มักมีพืชสมุนไพรประจำถิ่นขึ้นอยู่ 2 ชนิด คือ ต้นรักดาน และต้นข่อยดาน
ในเขตป่าเบญจพรรณ จะมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าป่าเต็งรัง จะมีแหล่งน้ำ น้ำตก น้ำผุด น้ำซับ ต่างๆ ที่เป็นแหล่งอาหารและน้ำของสัตว์ป่า รวมถึงมนุษย์และเจ้าหน้าที่ ที่ออกเดินลาดตระเวนในเขตป่าบริเวณนั้น น้ำผุดและน้ำซับ เกิดจากต้นไม้ที่ดูดซับน้ำไว้ปริมาณมากๆ แล้วทำการคายน้ำออกมาโดยมากจะทำการคายน้ำในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิด อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาหารสำหรับการบริโภค
นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อดีตเคยเป็นฐานที่มั่นของสหายผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่มีความแตกแยกทางความคิด เคยมีการสู้รบกับรัฐบาลมายาวนาน ทำให้ป่าในพื้นที่เทือกเขาภูพานน้อย ที่เชื่อมโยง 3 จังหวัด สกลนคร นครพนม มุกดาหาร เป็นพื้นที่สำคัญรวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางเชิงธรรมชาติและเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจยิ่ง
- จุดเด่นของที่พัก (ผาเป้า) เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาภูพานน้อย อยู่บนเทือกเขาภูพานในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล ที่มีความสูงลดหลั่นกันไปจึงเรียกแถบนี้ว่าว่าภูพานน้อย โดยมีลักษณะเป็นลานหินกว้างที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เทือกเขาภูพาน้อยหลายลูกสวยงาม และสามารถมองเห็นทัศนียภาพของ 3 จังหวัด สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร อีกทั้งยังสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำห้วยโท รวมถึงทะเลสาบหนองหาน ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร หากเป็นช่วงฤดูหนาวยังมีทะเลหมอกที่สวยงาม รวมถึงสามารถมองเห็นแสงแรกยามเช้า และแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ตกยามเย็น เหมาะแก่การจัดกิจกรรมแคมป์ปิ้ง พักแรม สัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม
พื้นที่การจัดกิจกรรม
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูผายล ที่ ภย.4 (ห้วยโท) ท้องที่บ้านโพนงาม ตำบลบ้านหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม มีพื้นที่รับผิดชอบ 36,073.94 ไร่ การเดินทาง เส้นทางถนนสายอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม หมายเลข 223 ห่างจากอำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกบ้านหนองบ่อ ตำบลหนองบ่อ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม เลี้ยวซ้ายไปหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูผายล ที่ภย.4 (ห้วยโท) ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร และเดินเท้าต่อถึงจุดชมวิวผาเป้าระยะทางประมาณ 11.5 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 33.5 กิโลเมตร
- ลงทะเบียน ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียนนักเดินป่า
- สถานที่ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูผายล ที่ ภย.4 (ห้วยโท)
- ลงทะเบียน วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 เวลา 15.00 น.
- นัดหมายกิจกรรมวันแรก วันที่ 26 กรกฎคม 2568 เวลา 09.00 น.
- สามารถพักแรมได้ มีลานกางเต็นท์ และต้นไม้สำหรับผูกเปล มีห้องน้ำ และลานจอดรถ
- สัญญาณโทรศัพท์ใช้ได้เพียงบางพื้นที่
- สอบถามเพิ่มเติม : 083-8359095 (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูผายล)
042-707214 (ที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูผายล
กิจกรรมเดินป่า โรงเรียนนักเดินป่า อุทยานแห่งชาติภูผายล
– สำรวจเส้นทาง เมื่อวันที่ 13-14 มิถุนายน 2568 โดย อุทยานแห่งชาติน้ำพอง และศิษย์เก่าโรงเรียนนักเดินป่า
– รุ่น 0 วันที่ 12-13 กรกฎาคม 2568 มีนักเรียน เข้าร่วม 12 คน ครูผู้ช่วยสอน 5 คน
– รุ่น 1 วันที่ 26-27 กรกฎาคม 2568 รับสมัครนักเรียนทั่วประเทศไทย ผ่านเพจโรงเรียนนักเดินป่า จำนวน 20 คน
