การเตรียมตัวเดินป่าขึ้นอยู่กับระยะทางและลักษณะของเส้นทาง หลักการง่ายๆ คือเราควรจัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างที่นำไปด้วยลงในเป้ในขนาดพอสมควร น้ำหนักไม่มากเกินไป ทำให้เราสามารถแบกไปเองได้โดยไม่เป็นภาระหนักจนเกินไป ไม่ต้องหิ้วของรุงรัง แต่งตัวให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและพื้นที่ และเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับเส้นทาง
เป้เดินป่าที่เหมาะสม
เป้ที่เหมาะสมสำหรับการเดินป่าในประเทศไทยที่มักจะมีสภาพป่ารกทึบและอากาศไม่ได้หนาวเย็นมากนักแนะนำให้ใช้ความจุ 40-60 ลิตร ตัวแปร ของความจุขึ้นอยู่กับขนาดของอุปกรณ์ที่เลือกใช้, อุปกรณ์กันหนาวถ้าจำเป็นต้องใช้ และปริมาณอาหารที่ต้องติดตัวไปตามจำนวนวันเดินทาง
นอกจากขนาดความจุแล้ว เป้จะมีขนาดความยาวหลังด้วย โดยที่จะเป็นขนาดตั้งแต่ XS, S, M, L ซึ่งสำคัญมากต่อการแบกน้ำหนักเดิน และเป้ดีๆจะมีการแยกเพศสำหรับผู้หญิงและผู้ชายด้วย เพื่อรองรับสรีระที่แตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงจะมีสะโพกกว้างกว่า, ไหล่แคบกว่า และสายสะพายก็ควรออกแบบให้หลบหน้าอกด้วย
ถ้าเลือกเป้ผิดขนาด หรือไม่เข้ากับสรีระ จะทำให้เป้ไม่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เกิดการกดให้เจ็บปวดระหว่างเดิน แต่ถ้าเป้มีคุณภาพดี มีขนาดที่เข้ากับสรีระ จะทำให้การแบกน้ำหนักบนเป้เป็นเรื่องสบายๆ
การเลือกขนาดเป้สามารถทำได้โดยการวัดความยาวหลัง แต่จะดีที่สุดถ้าหากได้ลองใส่น้ำหนักและทดลองสะพายด้วยตัวเอง
รองเท้าเดินป่า
รองเท้า เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากสำหรับการเดินป่า รองเท้าเดินป่าที่ดีจะทำหน้าที่ปกป้องเท้าเราไม่ให้บาดเจ็บจากการเดินบนพื้นผิวที่ขรุขระ, การเตะของแข็งระหว่างทางเดิน, ช่วยให้ทรงตัวได้ดีในพื้นผิวชนิดต่างๆที่อาจจะลื่นเละ และยังช่วยลดโอกาสของข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลงอีกด้วย
การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมขึ้นกับสภาพเส้นทาง, ระยะทางเดิน และ น้ำหนักที่เราแบกในเป้ ถ้าเป้มีน้ำหนักมาก, เดินไกล และเส้นทางเดินขรุขระก็จะทำให้เท้าของเรา โดยเฉพาะฝ่าเท้ารับภาระหนักมาก ถ้าใช้รองเท้าพื้นนิ่มเกินไปก็จะทำให้เท้าเจ็บระบม รองเท้าสำหรับเดินทางไกล แบกของหนักจึงมีพื้นรองเท้าหนา, แข็ง และมีชั้นรับแรงกระแทก ที่จะช่วยปกป้องเท้าไม่ให้บาดเจ็บ
ถ้าเราเดินใกล้ๆ ไม่ได้แบกของหนัก รองเท้าที่เบาก็จะคล่องตัวกว่า ถ้าเราต้องเดินลุยน้ำบ่อยๆ รองเท้าที่ไม่ได้ทำจากหนังย่อมเหมาะกว่า ถ้าเราเดินในที่ลื่น เช่นในน้ำตก พื้นรองเท้าที่นิ่ม ให้ตัวได้ ก็จะยึดเกาะได้ดีกว่า แต่ก็จะไม่เหมาะสำหรับการเดินไกลๆ
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกชนิดของรองเท้าคือการเลือกขนาดให้พอดี และการผูกเชือกรองเท้าให้แน่น
ความเชื่อผิดๆของการเลือกรองเท้า คือการที่บอกว่าเลือกรองเท้าเดินป่าต้องเผื่อขนาดให้ใหญ่ไว้ 1-2 เบอร์ บางครั้งก็มีคำแนะนำให้ใส่ถุงเท้าสองชั้น อันนี้คือความเชื่อที่ทำให้บาดเจ็บกันมามากแล้ว เพราะเมื่อมีช่องว่างระหว่างเท้ากับรองเท้า จะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ไปกระแทกรอบเท้าโดยเฉพาะนิ้วเท้าด้านหน้า เมื่อเคลื่อนที่ก็เกิดการเสียดสี ถ้ารองเท้าหลวม เวลายกเท้าก้าวเดิน ส้นก็จะยกเสียดสีจนเป็นแผล
การเลือกขนาดรองเท้า จะต้องดูสองส่วนคือ เบอร์รองเท้า ซึ่งจะบอกความยาวว่าพอดีกับเท้า ปลายเท้าไม่ชน ส้นไม่ยกเวลาเดิน อีกส่วนคือความกว้างและรูปทรงภายในรองเท้า ซึ่งจะไม่ขึ้นกับเบอร์รองเท้า แต่จะขึ้นกับรุ่นและแบบของรองเท้าว่าออกแบบมาสำหรับเท้าทรงไหน
การเลือกซื้อควรทดลองใส่โดยใส่ถุงเท้าที่จะใช้เดินป่าจริง ซึ่งไม่บางไป ไม่หนาไป ทดลองใส่ทั้งสองข้าง ผู้เชือกให้แน่น แล้วลองเดินดูให้แน่ใจว่าปลายเท้าไม่ชน ส้นไม่ยกขณะเดิน หลังเท้าและด้านข้างเท้าไม่อึดอัดบีบแน่น หรือหลวมจนเท้าเคลื่อนที่ได้
การเลือกรองเท้าเดินป่า เป็นสิ่งที่ให้ใครทำแทนไม่ได้ คนใส่ต้องลองต้องรู้สึกเองเพราะไม่มีใครมองเห็นในรองเท้าได้ เลือกผิดก็โทษใครไม่ได้
การผูกเชือกรองเท้าก็เป็นเรื่องสำคัญมาก และเป็นสาเหตุให้บาดเจ็บไม่น้อยไปกว่าการเลือกรองเท้าผิดประเภทผิดขนาด
การผูกเชือกรองเท้าเดินป่า ต้องปรับให้รองเท้ากระชับกับเท้าพอดี ไม่แน่ไปจนอึดอัด ไม่หลวมจนเท้าเคลื่อนที่ได้ ในเรื่องนี้รองเท้าหุ้มข้อจะช่วยได้มาก เพราะเราสามารถแยกความแน่นกระชับที่บริเวณหลังเท้า และบริเวณข้อเท้าให้ต่างกันได้ และเมื่อผู้ได้เหมาะสมก็จะป้องกันไม่ให้ปลายเท้ากระแทกและหลังส้นเท้ายกจนเป็นแผลเสียดสีได้ดีกว่า
อุปกรณ์อื่นๆที่ใช้ระหว่างเดิน คือไม้เท้าเดินป่า และขวดน้ำ
ไม้เท้าเดินป่า อาจจะไม่ใช่อุปกรณ์ “จำเป็น” แต่มันช่วยให้เราเดินป่าได้ดีขึ้นมาก เหนื่อยน้อยลง เดินได้ไกลขึ้น
มนุษย์เราเป็นสัตว์สองเท้า ทุกครั้งที่เราก้าวเดิน เราจะต้องทรงตัวอยู่ด้วยขาข้างเดียวซึ่งต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อเพื่อทรงตัวทุกครั้ง ในเวลาปรกติก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าเรามีเป้หลังหนักๆเพิ่มขึ้นมาเป็นน้ำหนักที่ไม่คุ้นเคย, เดินอยู่บนทางขรุขระ ลื่น และขึ้นชัน ลงชัน ตลอดวันยาวๆ กล้ามเนื้อเราจะเหนื่อยล้ามาก
การใช้ไม้เท้าที่ถูกต้องจะต้องปรับความยาวให้พอดีกับสรีระ ใช้สายรัดข้อมือเป็นตัวรับน้ำหนักในขณะเดินปรกติบททางราบเพื่อไม่ให้มือเกร็งเมื่อเดินนานๆ จะใช้มือกำด้ามให้ถูกที่ในจังหวะการปีนขึ้นลงในเส้นทางเท่านั้น
การใช้ไม้เท้าเดินป่าจะช่วยให้เราเดินได้ไกลขึ้น และเหนื่อยล้าน้อยลงมาก
ระหว่างเดินเราจะเสียเหงื่อเยอะมาก เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีน้ำไว้ดื่มระหว่างทาง ไม่น้อยกว่า 1 ลิตร หรือ ถ้าเดินไกลอากาศร้อน ก็ควรเตรียมไว้ 2 ลิตร ถ้าไปแค้มป์ค้างคืนในที่ไม่มีน้ำ และต้องใช้น้ำทำอาหารก็ต้องไม่ต่ำกว่า 3 ลิตร
การพกพาน้ำ เราควรมีขวดน้ำขนาดไม่เกิน 1 ลิตรสัก 1 ขวด ที่ใช้ขนาด 1 ลิตร เพราะมีขนาดกำลังเหมาะ ไม่ใหญ่เกินไป ควรที่ใช้ควรเป็นขวดคุณภาพดีที่เป็นพลาสติกแข็ง, อะลูมิเนียม หรือสแตนเลส ที่สามารถใช้ซ้ำได้และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ไม่มีสารก่อมะเร็ง BPA) ควรเป็นขวดที่มีปากขนาดมาตรฐานสามารถต่อเข้ากับเครื่องกรองน้ำได้
การใช้ขวดน้ำพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งเป็นการสร้างขยะ และเป็นปัญหาหนักมากในเส้นทางเดินป่าหลายๆเส้นของประเทศไทย ควรงดใช้ครับ
ถ้าต้องขนน้ำเยอะควรใช้ถุงน้ำที่อยู่ในเป้ เพราะจะทำให้จนน้ำปริมาณมากได้ง่ายโดยที่ไม่แกว่งไปมาให้เราเสียการทรงตัว
