การศึกษาพฤติกรรมสัตว์ป่า: กระทิง
- กระทิง (Gaur) อยู่ในสัตว์วงศ์วัวป่า (wild cattle) มีวัวแดง ควายป่า และกูปรี หรือโคไพร (extinct) สูญพันธุ์ไปแล้ว
- ลักษณะตัวเต็มวัย สูงจากพื้นถึงโหนก ประมาณ 170-185 cm. ลำตัวยาว 250-300 cm. น้ำหนักประมาณ 650-900 kg. ตัวผู้ที่มีความสมบูรณ์อาจหนักได้ถึง 1000 kg. หางยาว 70-105 cm.
- มีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำทั้งตัว หน้าแข้งมีขนสีเทาอมขาวเหมือนใส่ถุงเท้าถึงหัวเข่า เท้าสองกีบทั้งสี่เท้าหน้าผากเป็นสันโหนกมีขนสีเทาอมน้ำตาลอ่อนคล้ายผม มีเขาโค้งปลายแหลมทั้งตัวผู้และตัวเมีย เขาตัวเมียจะเล็กและวงโค้งน้อยกว่าตัวผู้ ตัวเด็กแรกเกิดตัวสีน้ำตาลแดงและค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลเข้มเมื่ออายุได้ 3-4 เดือน

- ตัวผู้โตเต็มวัยตัวสูงใหญ่กว่าตัวเมียผิวดำเป็นมันเงามีกล้ามเนื้อดูดุดันแข็งแรงกว่าตัวเมียอย่างชัดเจนมีกล้ามเนื้อสันโหนกสูงจากหลังคอถึงกลางหลังเหนียงใต้คอยาวเขาใหญ่กว่าตัวเมียและวงเขากว้างกว่า
- กระทิงเป็นสัตว์กินพืชที่มีขนาดใหญ่รองจากช้างและแรด อยู่รวมกันเป็นฝูง 2-60 ตัว ในบางพื้นที่ฝูงหนึ่งนับได้ 100 กว่าตัว โดยมีตัวผู้ที่แข็งแรงสุดเป็นจ่าฝูง แต่ตัวเมียอาวุโสจะนำฝูงหากิน ในฝูงมีตัวเมียหลายตัวเป็นฮาเร็ม นอกนั้นเป็นวัยรุ่นและเด็ก ๆ ตัวผู้ที่เติบโตขึ้นจะแยกออกไปตั้งฝูงของตัวเอง เมื่อเริ่มพ้นวัยหนุ่มจะแยกไปเป็นกระทิงโทน แต่จะเข้ารวมฝูงเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์

- ถิ่นอาศัย พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยในทุกสภาพป่า ป่าเบญจพรรณ, ป่าเต็งรัง, ป่าดิบแล้ง, ป่าดงดิบ, ป่าดิบเขา, ทุ่งหญ้า หรือพื้นที่เกษตรกรรม แต่จะไม่ไกลจากแหล่งน้ำมากนักเพราะอดน้ำไม่เก่ง
- ออกหากินช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ประมาณ 5-6 โมงเย็น ช่วงฤดูฝนวันที่มีเมฆครึ้มแดดไม่ร้อนจะออกมาเร็วกว่าปกติ 3-4 โมงเย็น กระทิงฝูงใหญ่จะชอบออกหากินในทุ่งหญ้ากว้าง มีหญ้าระบัดเป็นอาหารหลัก หน่อไม้ ใบไม้อ่อน ผลไม้ป่า กล้วยป่า โป่งน้ำ และโป่งดิน เป็นแหล่งอาหารเสริมที่ขาดไม่ได้
- กระทิงจะออกหากินทั้งคืนกินจนถึงเช้า สาย ๆ 7-8 โมงจะกลับเข้าป่าพักผ่อนนอนหลบแดด เคี้ยวเอื้องตอนกลางวัน มักจะยืนหลับแต่ถ้ารู้สึกปลอดภัยจะเลือกนอนราบกับพื้น ไม่ชอบนอนปลักโคลนเหมือนควาย
- กระทิงปกตินิสัยไม่ดุร้าย มันเลือกที่จะหนีมากกว่า ยกเว้นช่วงผสมพันธุ์โดยเฉพาะตัวผู้ ฮอร์โมนพลุ่งพล่านเป็นช่วงโชว์ความแข็งแรงให้ตัวเมียเห็น ช่วงนี้กระทิงตัวผู้จะไม่กลัวอะไรพร้อมที่จะต่อสู้กับกระทิงตัวผู้ด้วยกันที่เข้ามาประลอง ตัวผู้มักจะกู่ร้องเรียกรวมฝูง ร้องประกาศอาณาเขตในช่วงฤดูผสมพันธ์ุ ส่วนใหญ่จะผสมพันธุ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม
การสังเกตอารมณ์กระทิง
- ปกติกระทิงฝูงหนึ่งจะมีความระวังไพรสูง พวกมันจะสำรวจความปลอดภัยด้วยการดมกลิ่นและฟังเสียง อยู่บริเวณชายป่านานจนแน่ใจว่าปลอดภัยกว่าจะออกมาสู่ทุ่งหญ้าเปิดโล่งหรือแหล่งน้ำแหล่งอาหาร เพราะพวกมันเป็นเหยื่อของสัตว์ผู้ล่าอันดับหนึ่ง อย่างเสือโคร่ง ลูกกระทิงก็เป็นเหยื่อของฝูงหมาใน (Dhole)
- เวลาหากินปกติพวกมันจะเดินก้มกินหญ้าหางสะบัดไล่แมลง หูแกว่งไปมา ยกขาหลังมาเกาคอ และหยุดยืนดมกลิ่นเป็นระยะ ๆ เมื่อไม่มีกลิ่นผิดปกติก็จะก้มกลับไปกินหญ้าต่อ ขณะกินหูยังสามารถพลิกไปฟังเสียงด้านหลังได้ตลอดเวลา เวลาอยู่ในแหล่งอาหารจะมีตัวหนึ่งเป็นยามรักษาการณ์ ให้ตัวอื่นได้กินน้ำหรืออาหารก่อน เหมือนเป็นหน่วยกล้าตาย
- เมื่อกระทิงตรวจพบสิ่งผิดปกติ มันจะพ่นหายใจแรงเสียงดัง “ฟึด” เป็นการเตือนภัยตัวอื่น รู้สึกไม่ปลอดภัยมันจะยืนนิ่งชูคอเงยหน้าดมกลิ่น หูจะกางออกไปในทิศทางที่สงสัย หางจะไม่แกว่ง เมื่อแน่ใจว่าไม่ปลอดภัยมันจะวิ่งกลับไปทางเดิมที่มันมา เมื่อตัวหนึ่งวิ่งฝูงก็วิ่ง
- กระทิงโทนเป็นกระทิงตัวผู้โตเต็มวัยที่โดนขับออกจากฝูง หรือกระทิงตัวผู้สูงวัยที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ มันจะออกมาหากินอยู่ตามลำพัง ไม่ก็รวมกลุ่มกับกระทิงโทนตัวอื่น 2-4 ตัว บางกรณีมีการอยู่รวมกับสัตว์ชนิดอื่น เช่น ควายป่า หรือกวางป่า บางครั้งก็พบรอยตีนเดินตามฝูงช้างอยู่ไม่ห่าง กระทิงโทนจะมีความระวังไพรสูง ว่องไวมากกว่ากระทิงฝูงเนื่องจากอยู่ตัวเดียวและตกเป็นเหยื่อได้ง่ายกว่า

วิธีปฏิบัติเมื่อพบกระทิง
- หากพบกระทิงฝูงให้หยุดเดิน ยืนนิ่ง ๆ ไม่แสดงพฤติกรรมคุกคาม ทิ้งระยะห่าง 50-100 เมตรและรอให้กระทิงผ่านไปเอง ตรวจทิศทางว่าเราไม่ไปขวางทางที่มันจะไป เช่น จุดที่พวกมันจะข้ามถนน สักพักเมื่อมันได้กลิ่นหรือเห็นคน จ่าฝูงจะค่อย ๆ พาฝูงกระทิงหลบไปเอง
- อุบัติเหตุจากการถูกกระทิงขวิด ส่วนใหญ่จะเป็นกระทิงโทนที่แยกมาอยู่ตัวเดียวมีความเปรียว มักจะเกิดขึ้นในระยะประชิดไม่เกิน 3-6 เมตร สาเหตุเกิดจากเราเดินเข้าไปอยู่ในระยะไม่ปลอดภัยของกระทิง มันอาจจะนอนหรือยืนหลับอยู่ โดยที่เราไม่ได้ทันสังเกตว่ามีกระทิงอยู่บริเวณนั้น กระทิงโทนมันอาจจะไม่หนีและห่วงถิ่น พร้อมที่จะจู่โจมทันที
- เมื่อเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เห็นกระทิงโทนยืนเป็นเงาดำ ๆ หลบอยู่หลังพุ่มไม้หรือได้ยินเสียงกระทิงจะพ่นหายใจแรงดัง “ฟึด ๆ” ในระยะประชิด กระทิงอาจจะวิ่งมาขวิดทันทีภายในไม่กี่วินาที ให้เรามีสติบอกเพื่อนร่วมทีมที่เดินมาด้านหลัง ว่า “กระทิง” พร้อมปลดเป้ที่รัดเอวและหน้าอกออก เมื่อคุณวิ่งให้ทิ้งเป้เลยและหาที่กำบังใกล้ตัวที่สุดทันที ไม่ต้องรอให้มันวิ่งมาก่อน หลบหลังต้นไม้ หลังก่อไผ่ ก้อนหิน
- กระทิงวิ่งเข้ามาจะขวิดและเรายังไม่ทันหาที่หลบ ให้โยนเป้หรือเสื้อหรือหมวกอะไรก็ได้ในตัวคุณใส่กระทิงเพื่อดึงความสนใจ อย่าเสียดายของ แล้ววิ่งหนีจากนั้นให้กระโดดหลบไปด้านข้างในจังหวะตอนที่มันก้มหัวจะขวิด แล้วให้วิ่งหาที่ปลอดภัยทันที เพราะมันจะกลับมาขวิดซ้ำ อย่าวิ่งหันหลังโดยที่ตาไม่มองกระทิง
วิธีหลีกเลี่ยงกระทิง
- สัตว์ป่าทุกตัวโดยปกติแล้วจะหลีกเลี่ยงการทำร้ายมนุษย์ การประทะกันจะทำให้บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย แม้แต่กระทิงตัวผู้ด้วยกันมันก็จะต่อสู้กันเพียงรู้แพ้รู้ชนะกันแล้วก็แยกกันไป สัตว์ป่าจะเลี่ยงการบาดเจ็บรุนแรงถ้าไม่จำเป็น
- การโดนกระทิงขวิดในป่าไม่ต่างอะไรกับการโดนรถชนในเมือง เพราะกระทิงมีมวลน้ำหนักเป็นตัน มันจะวิ่งชาร์จเข้าใส่คุณ ก้มหัวต่ำและพุ่งชนใช้เขาขวิดคุณลอยขึ้นฟ้าและวิ่งมาขวิดซ้ำ จะทำให้คุณบาดเจ็บสาหัสได้
- การเดินป่าก็เหมือนการขับรถ คุณควรมีสติตลอดเวลา ตามองหูฟังสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลาเดินป่าตาต้องมองสำรวจไปข้างหน้าอย่างน้อย 30-50 เมตร หรือไกลเท่าทัศนวิสัยที่มี
- การสังเกตร่องรอยสัตว์ป่า รอยตีน ขี้กระทิงจะสีดำเป็นกอง ๆ เหมือนวัวบ้าน รอยแทะเล็มหญ้าหรือพืชอาหาร เช่น หน่อไม้ ต้นไผ่ ต้นกล้วยป่า รอยตีนบริเวณแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ทำให้เรารู้ว่ามีกระทิงอยู่ในบริเวณนั้น ต้องมีความระวังเป็นพิเศษ
- สังเกตนก ถ้ามีนกเอี้ยง นกขุนแผน นกยางควาย อยู่ในบริเวณอาจจะมีฝูงกระทิงเพราะนกเหล่านี้ชอบจับแมลงตามตัวกระทิง หรือกวาง

- ถ้าเรารู้แล้วว่ามีกระทิงอาศัยอยู่ในบริเวณที่เราเดินป่า การส่งเสียงหรือเดินร้องเพลง ตะโกนเรียกชื่อกัน หรือห้อยกระดิ่ง จะทำให้กระทิงได้ยินเสียงและรู้ตัวก่อนล่วงหน้าว่ามีคนเดินมา โดยเฉพาะบริเวณป่าที่มีต้นไม้ทึบ มุมอับสายตา เราจะได้ไม่ต้องเจอกันระยะประชิด
- 1362 คือเบอร์โทรสายตรวจพิทักษ์ป่า
- เบอร์โทรหัวหน้าอุทยานฯ ที่เราเดินป่าก็ควรมีไว้ในกรณีที่ต้องประสานขอความช่วยเหลือ
