วิธีปฏิบัติเมื่อพบงู

  • ประเทศไทยมีงู 200 กว่าชนิด แต่ปกติเราจะไม่ค่อยเจองูเวลาเดินป่า เจอในชุมชนทุ่งนามากกว่า พวกมันหากินกลางคืนอาจจะหลบซ่อนตัวตอนกลางวัน พรางตัวรอนิ่ง ๆ ตามต้นไม้ก่อไผ่โพรงไม้ ซุ่มจับเหยื่อ กบเขียด หนู นก ไข่นก สัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก กิ้งก่า ค้างคาว ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องงู และช่างสังเกต หรือตั้งใจหามันคุณจะไม่เจองู 
  • ช่วงอากาศหนาว คุณอาจจะพบงูมานอนอาบแดดได้บ่อย ๆ เพราะเป็นสัตว์เลือดเย็น เดินป่าช่วงหน้าหนาว ควรมองทางให้ดี เพิ่มความระวังเวลาต้องข้ามขอนไม้ พงหญ้าสูง มองพื้นที่กำลังจะก้าวเหยียบว่าไม่มีงูนอนอาบแดด
  • ถ้าคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือผ่านการฝึกในการจับงู ไม่มีอุปกรณ์ อย่าไปจับงู ไม่ว่าจะเป็นงูไม่มีพิษก็กัดเจ็บ
  • ชีวิตจริงของงูไม่เหมือนในสารคดี ดุร้ายน่ากลัวชูคอฉกพุ่งทำร้ายคน เป็นการแสดงการจับงู การแผ่แม่เบี้ยของงูเห่าเป็นการป้องกันตัวของงูเมื่อมีภัยคุกคาม งูกลัวคนมาก
  • เจองูในทางให้หยุดเดิน แล้วถอยหลังช้า ๆ เพิ่มระยะห่างและเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ งูจะจับความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเป็นภัยคุกคาม อย่าเอาไม้ไปตีงู โดยปกติแล้วงูจะค่อย ๆ ถอยหลังแล้วหลบไปเอง ยืนรอนิ่ง ๆ จนกว่ามันจะไป ถ้าเราไม่ทำอะไรมัน มันก็ไม่ทำอะไรเรา
  • ใส่รองเท้าหุ้มข้อที่เหมาะสมในการเดิน และกางเกงขายาว ไม่ว่าคุณจะเดินไปหาน้ำหาไม้ฟืนตัดไผ่ หรือทำธุระส่วนตัว เอาไม้เท้าเดินป่าแหวกหญ้าให้งูตื่นก่อนช่วยได้ อย่าใส่รองเท้าเเตะ กางเกงขาสั้น
  • ใส่รองเท้าบูทยางสูง ถ้าเดินในป่าพรุ สวนยาง ทุ่งนา ทุ่งหญ้า ป่าไผ่ หรือไร่อ้อย งูหลายชนิดมีลายพรางที่มองเห็นได้ยากและชอบขดตัวอยู่กองใบไม้แห้งบนพื้น เช่น งูกะปะ พบมากในภาคใต้ งูแมวเซา พบมากในภาคกลาง
  • ก่อนนอนเก็บรองเท้าเดินป่าของคุณให้ดี อย่าวางไว้นอกเต็นท์โดยไม่ใส่ถุงพลาสติก หรือปักไม้คว่ำรองเท้าไว้ให้เหนือพื้น ก่อนจะใส่รองเท้าให้ตรวจดูเคาะ ๆ คว่ำรองเท้าให้แน่ใจว่าไม่มีตัวอะไรอยู่ในรองเท้าและทำให้เป็นนิสัย เพราะรองเท้ามีความอบอุ่น
  • อย่ากางเต็นท์บริเวณที่มีรูหรือโพรงบนพื้นดิน รูนั้นอาจมีเจ้าของอยู่ เวลาเข้าออกเต็นท์ให้รูดซิปปิดให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันสัตว์เล็กๆ และแมลงเข้าไปในเต็นท์
  • ถ้าถูกงูกัด เราต้องแน่ใจว่าเป็นงูพิษก่อน โดยสักเกตแผลมีรอยเขี้ยวสองรู ถ้าไม่รู้ชนิดให้ถ่ายรูปไว้หรือจำลักษณะงูเอาไว้ ไม่ต้องเสียเวลาไปหางู พิษงูจะมีอาการปวดรุนแรง บวม ตาพร่า หายใจไม่สะดวก อย่าตื่นตกใจเกินไปควบคุมการเต้นของหัวใจให้ช้า ทำความสะอาดแผลเคลื่อนไหวบริเวณแผลให้น้อยที่สุดโดยใช้ไม้กระดานหรือกระดาษแข็ง ๆ รองหรือดามไว้ นำส่งโรงพยาบาลชุมชนที่ใกล้ที่สุด
  • ถ้าโดนงูเห่าพ่นพิษใส่ตา อย่าขยี้ตา! ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก ๆ แล้วไปโรงพยาบาล

ปัจจุบันจะไม่รัดเหนือแผลหรือขันชะเนาะ เพราะจะทำให้เกิดแผลอักเสบ เนื้อตาย

 

งูพิษ 7 ชนิดที่พบได้บ่อยในประเทศไทย

งูกะปะ (Malayan Pit viper)

งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง (White-lipped Pit viper)

งูทับสมิงคลา (Malayan Krait)

งูแมวเซา (Siamese Russell’s viper)

งูสามเหลี่ยม (Banded Krait)

กลุ่มงูเห่า (Cobra)

งูจงอาง (King Cobra)