การศึกษาพฤติกรรมสัตว์ป่า: ช้างป่า
- เราจะเริ่มต้นด้วย “ช้าง” เพราะช้างเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด น้ำหนักตัวประมาณ 3-5 ตัน เป็นตัวเดินเปิดเส้นทางในป่าเป็นผู้บุกเบิกและนักสำรวจ มันมีประสาทรับกลิ่นที่ดีมากกว่าคนประมาณ 5 เท่า และมีความจำเป็นเลิศ จำเส้นทาง จำกลิ่น จำเสียง แต่สายตามันมองเห็นได้ไม่ค่อยดีนัก ช้างมองได้ชัดเจนในระยะไม่เกิน 10 เมตร
- ประสาทสัมผัสด้านการดมกลิ่น ดูจะมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของช้าง และช้างอาจใช้การดมกลิ่น เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน ทักษะการดมกลิ่น เป็นส่วนหนึ่งในการระวังภัยของสัตว์กินพืช
- จมูกยาว ๆ ที่เรียกว่า งวง เป็นท่อหายใจ เวลาช้างดมกลิ่นมันสามารถยกงวงไปในทิศทางที่มันจะดมกลิ่นหรือสงสัย กลิ่นจะผ่านงวงไปยังโพรงจมูกที่อยู่ด้านใน เรียกได้ว่ามันสำรวจกลิ่นได้ทุกพื้นผิวหรือกลิ่นที่ลอยมาในอากาศ งวงเป็นอวัยวะที่มีประสิทธิภาพมาก ๆ ใช้งวงจับดึงรัดถอนต้นหญ้าโน้มกิ่งไม้ลงมาได้

- นอกจากงวงแล้ว ช้างยังใช้ส่วนประสาททางหู ในการฟังเสียง ตรวจหาสิ่งต้องสงสัย เช่นเสียงไม้หัก เสียงคนเดินเหยียบใบไม้ ช้างก็สามารถจับสังเกตได้ เมื่อมีเสียงผิดปกติ มันจะแอบไปซ่อนตัวยืนอยู่นิ่ง ๆ คอยฟังเสียงว่ามีอะไรเกิดขึ้นและยืนนิ่งเงียบได้เป็นเวลานาน
- ช้างเป็นสัตว์กินพืชอาหารหลักคือหญ้าชนิดต่าง ๆ ยอดไผ่อ่อน ไม้ยืนต้น ไม้เถา ผลไม้ป่า พืชหลากหลายชนิด เวลาของพวกมันส่วนใหญ่จะออกหากินตอนช่วงเย็น ๆ จนถึงเช้าตรู่ เนื่องจากพืชอาหารให้พลังงานน้อยแต่ตัวใหญ่พวกมันเลยต้องกินประมาณ 12 ชั่วโมงต่อวัน กลางวันนอนพักตามป่า กินโป่งดิน โป่งน้ำ เป็นอาหารเสริม

- ช้างเป็นสัตว์สังคม มีโครงสร้างครอบครัว คือ เพศเมียอยู่รวมกันเป็น กลุ่มครอบครัวหรือเป็นโขลง ประมาณ 5-12 ตัว มีความสัมพันธ์แบบแนบแน่น เป็น แม่-ลูก พี่-น้อง หรือ เครือญาติ โดยจะมีช้างเพศเมียอายุมากที่สุด เป็นจ่าฝูง หรือ เรียกว่า “แม่แปรก” (อ่านว่า แม่-ปะ-แหฺรก)

- สำหรับช้างเพศผู้ เมื่อโตเป็นหนุ่มมักโดนขับให้แยกจากโขลงไปอยู่ตามลำพัง หรือจับกลุ่มชั่วคราวกับช้างเพศผู้ด้วยกัน เรียกว่าช้างวัยรุ่นหรือช้างพลาย ตัวเต็มวัยพออายุได้ 20 ปี ก็พร้อมที่จะผสมพันธุ์ ตัวใหญ่กว่าตัวเมีย มีงายาว และจะเข้าหาโขลงช้างเพศเมียเพื่อผสมพันธุ์ เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น มักชอบหากินอยู่ตัวเดียว หรือเดินตามโขลงอยู่ห่าง ๆ ห่างหลายชั่วโมงหรือเป็นวัน
การสังเกตอารมณ์ช้าง
- ช้างสามารถแสดงอารมณ์ได้ผ่านท่าทางและผ่านใบหู เมื่อช้างอารมณ์ดีหูจะสะบัดไปมา หางจะแกว่งและใช้งวงสะบัดไปมา หรือเกี่ยวดึงต้นไม้กิน เวลากำลังหากินไม่ค่อยสนใจเรา
- เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ช้างไม่แน่ใจ ไม่ไว้วางใจ มันอาจกางหูออก พร้อมกับหันไปทางต้นกำเนิดของเสียง เมื่อเวลาอารมณ์ไม่ดีหรือระวังภัย มันจะกางหูออก งวงจะนิ่งแข็ง พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังเป้าหมาย และอาจจู่โจมผู้เข้ามาใกล้ได้ทันที
- ปกติช้างโทน ตัวเดียว จะวิ่งไล่ผู้รบกวนเป็นระยะทางสั้น ๆ 10-30 เมตร โดยประมาณ เพียง 2 – 3 ครั้ง หากวิ่งตามผู้รบกวนไม่ทันก็จะเลิกวิ่งไล่ไปเอง

- แต่หากเป็นช้างโขลงใหญ่มีลูกอ่อนตัวเล็ก ๆ พวกมันจะหวงลูก ตัวอื่น ๆ ในโขลงจะปกป้องช้างเด็ก แม่ช้างอาจตรงเข้าทำร้ายผู้รบกวนทันทีทันใด มันจะวิ่งไล่ระยะไกล ประมาณ 50-200 เมตรโดยประมาณ ช้างวิ่งเร็วมากความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 Km/h จึงพึงสังเกตอารมณ์และอาการของช้างไว้ตลอดเวลาเพื่อประกอบการตัดสินใจ มองหาที่ปลอดภัยไว้ล่วงหน้า และอยู่ให้ห่างโขลงช้างที่มีลูกอ่อน
- ช้างตกมัน ใช้เรียกลักษณะที่ต่อมน้ำมันที่ขมับของช้างบวมโตและมีน้ำมันใส ๆ ไหลออกมา ทำให้ช้างตัวผู้มีอารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว ดุร้าย มีกลิ่นสาบฉุน กำลังมีความต้องการทางเพศอย่างเต็มที่ อวัยวะสืบพันธุ์ของมันจะแข็งยาวใหญ่ ช้างตัวผู้และช้างตัวเมียสามารถตกมันได้ แต่ตัวผู้ถ้าตกมันมีความดุร้ายมากกว่า อาการตกมันของช้างนี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาลตลอดปี เราเมื่อสังเกตได้ว่าช้างตัวนี้ตกมันเราควรอยู่ให้ห่าง ๆ เพิ่มความระวังเป็นสองเท่า แต่ช้างที่ตกมันไม่ได้มีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้นเสมอไป ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยและสภาพแวดล้อม บางทีช้างอาจแค่อยู่ในช่วงต้องการผสมพันธุ์เฉย ๆ

วิธีปฏิบัติเมื่อพบช้างป่า
- ช้างป่าวิ่งเร็วกว่ามนุษย์ ช้างสามารถวิ่งได้เร็วมาก ซึ่งเร็วกว่าคนทั่วไป หากเจอช้างป่าวิ่งไล่ การวิ่งหนีช้างนั้น ห้ามหันหลังวิ่งเป็นเส้นตรงเด็ดขาด ควรวิ่งแบบซิกแซก ตัดเฉียง 45 องศาไปในทิศทางข้างหน้า ในมุมนี้เราจะเห็นทั้งช้างและทางที่เราจะวิ่งไป เนื่องจากช้างเป็นสัตว์ใหญ่การวิ่งเปลี่ยนทิศทางทำได้ค่อนข้างช้า มุมมองการมองเห็นของช้างด้านหน้าแคบเพียง 67 องศา
- และเราไม่ควรวิ่งหักฉาก 90 องศาตัดหน้าช้าง เพราะระยะห่างจากงวงช้างไม่มากพอมันสามารถใช้งวงดึงเราได้ วิ่งหนีมันได้สักพักมันจะเลิกวิ่งไล่เราเอง มันต้องประหยัดพลังงานและต้องลดอุณหภูมิร่างกาย
- ขณะเดินป่าให้เราสำรวจว่ามีขี้ช้างสด ๆ สีเขียว ๆ อุ่น ๆ หรือรอยเท้าใหม่ ๆ ถ้ามีแสดงว่าเรากำลังเดินไปทิศทางเดียวกันกับช้าง และเมื่อเราเดินไปเจอช้างระหว่างทาง สังเกตดูแล้วเป็นช้างเด็กตัวขนาดกลาง ๆ 1-2 ตัว มีงาเล็ก ๆ หรือไม่มีงา ให้เรารู้ไว้เลยว่ามีโขลงช้างรออยู่ในป่าอีกหลายตัว ประมาณ 8-10 ตัว ที่เรายังมองไม่เห็น ให้เราหยุดเดินทันที เดินถอยห่างออกมาตั้งหลักก่อน มองสำรวจรอบ ๆ ประเมินสถานการณ์ สังเกตอารมณ์ช้าง ให้เรายื่นนิ่งเงียบหยุดฟังเสียง หักไม้ เสียงหายใจ เสียงท้องช้างร้อง *เสียงความถี่ต่ำ ๆ ที่ช้างใช้สื่อสาร (ปรกติช้างโขลงแม่ช้างจ่าฝูงจะร้องเรียกสมาชิกเมื่อเวลาต้องเดินทาง) เพื่อหาทิศทางของโขลงช้างว่ามุ่งหน้าไปทางไหน จะมาหาเราหรือเดินไปข้างหน้า
- เอาไฟแช็กขึ้นมาจุดดูเพื่อเช็คลม ถ้าไม่มีไฟแช็กให้มองดูทิศทางลมจากใบไม้ใบหญ้าว่าเราอยู่ใต้ลมหรือเหนือลม ถ้าเราอยู่เหนือลม มีลมพัดจากด้านหลังเราไปหาโขลงช้าง แปลว่าช้างมันรับรู้แล้วว่ามีคนเดินเข้ามา (ปกติแล้วมันจะค่อยๆ เดินหนีไปเอง)
- ให้เราเตรียมตัวปลดที่ล็อคเอวและหน้าอกออก ให้สะพายเป้ไว้ในแขนข้างเดียวพร้อมที่จะสละเป้เดินป่าเตรียมตัวลดน้ำหนักเผื่อว่าจะต้องวิ่ง
- ให้เราค่อย ๆ เดินเงียบ ๆ เป็นกลุ่มไปอยู่ใต้ลมลมพัดมาจากด้านหน้าทิศทางตรงกันข้ามที่ช้างอยู่เพื่อสังเกตการณ์และลดความกังวลตื่นตะหนกของโขลงช้าง หากจำเป็นต้องเดินไปทิศที่ช้างอยู่ให้เดินอ้อม หรือรอให้ช้างผ่านไปก่อน ตรวจทิศลมตลอดเวลา ในป่าลมเปลี่ยนทิศได้ตลอดเวลา เราต้องอยู่ใต้ลมเสมอ
- ใครที่กลัวช้างควรบอกเพื่อนในกลุ่มให้รู้ก่อน หรือมีปัญหาสุขภาพ เพราะว่าบางคนเวลาตกใจกลัวจนไม่สามารถขยับตัวได้ จะต้องมีคนช่วยพาวิ่ง
- การศึกษาพฤติกรรมการหากินและอุปนิสัยของช้างป่ามีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการเดินป่าในระดับกลาง เพราะเมื่อเราทราบถึงกายภาพของช้างเบื้องต้น รู้พฤติกรรมช้างป่าในแต่ละพื้นที่ ออกหากินเมื่อไหร่ บริเวณใด ก็จะสามารถเตรียมแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด การวางแผนเส้นทางที่จุดพักแรมและการจัดการกลิ่น รู้จักการสังเกตอารมณ์ช้างได้จะช่วยลดปัญหาผลกระทบจากช้างป่าได้…
