หลักการเลือกจุดตั้งแคมป์
1. เลือกพื้นที่จุดตั้งแคมป์ ที่เพียงพอกับจำนวนคนเสมอ โดยเช็คจำนวน จำนวนเต็นท์ และจำนวนเปลก่อนเดินทาง เพื่อประเมินพื้นที่
2. จุดตั้งแคมป์ควรอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด โดยห่างจากแหล่งน้ำอย่างน้อย 60 เมตร หรือประมาณ 200 ฟุต เพื่อป้องกันการชะล้างของดินและรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำ
3. เลือกพื้นที่ที่ประกอบด้วยพื้นผิวที่มีความทนทาน เช่น หิน ทราย หญ้าแห้ง หรือดินที่มีการบดอัดจนแน่น ไม่เลือกพื้นที่ที่ส่งผลกระทบในจุดใหม่ต่อพืชพรรณในพื้นที่
4. หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจเป็นจุดที่น้ำไหลผ่านหรือน้ำขังเมื่อฝนตก และพื้นที่ใต้ต้นไม้ที่อาจเกิดการแตกหักได้เมื่อลมแรง
5. ไม่ทำการซักล้างลงในแหล่งน้ำโดยตรง ควรจัดโซนซักล้าง โดยตักน้ำจากแหล่งน้ำมาใช้ยังจุดที่กำหนด โดยกำหนดโซนของจุดซักล้างควรอยู่ทางฝั่งปลายน้ำของจุดตั้งแคมป์เสมอ
6. หลังประกอบอาหาร หากมีอาหาร หรือเศษอาหารเหลือควรเก็บให้มิดชิดเพื่อป้องกันสัตว์ป่ากิน หรือเข้ามารบกวน เนื่องจากอาหารที่มนุษย์รับประทานบางชนิดไม่เหมาะสมกับสัตว์ป่า ทำให้ระบบย่อยอาหารของสัตว์บางชนิดไม่สามารถทำงานได้ หรืออาจทำให้พฤติกรรมของสัตว์ป่าเปลี่ยนไป ในพื้นที่ที่สัตว์ป่าคุ้นเคยกับมนุษย์อาจจำเป็นต้องนำอาหารแขวนไว้บนที่สูง
7. เลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับขุดหลุมฝังเศษอาหาร (ขยะที่ย่อยสลายได้ง่าย) ขุดหลุมลึกประมาณ 1 คืบ หรือ 15-20 เซนติเมตร ควรฝังกลบให้เรียบร้อยก่อนออกจากพื้นที่ และไม่ทิ้งขยะที่ไม่ย่อยสลาย หรือใช้เวลาย่อยสลายนานมาก เช่น ทิชชู่เปียก ลงในหลุม โดยให้คัดแยกและนำออกมาทิ้งให้ถูกที่
8. ขุดหลุมฝังของเสียจากการขับถ่ายในระยะห่างจากแหล่งน้ำอย่างน้อย 60 เมตร หรือประมาณ 200 ฟุต และหลุมควรลึกอย่างน้อยประมาณ 15-20 เซนติเมตร และกำหนดโซนของหลุมฝังของเสียควรอยู่ทางฝั่งปลายน้ำของจุดตั้งแคมป์เสมอ
“พลั่ว” เป็นอุปกรณ์ที่ต้องพกไปด้วยทุกครั้งที่เดินทาง เพื่อใช้ขุดฝังกลบอุจจาระเศษอาหาร และขยะที่ย่อยสลายได้โดยหลุมควรมีความลึกอย่างน้อย 1 คืบ
ทั้งนี้หากยังจำหลักการจากการเรียนในขั้นต้นได้ก็จะเป็นประโยชน์ โดยเราควรคำนึงถึง 7 สิ่ง ได้แก่ 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และ 3 สิ่งมีชีวิต คือ พืช สัตว์ และคน
- ดิน เลือกพื้นที่ราบหรือเอียงน้อยที่สุด ก่อนกางเต็นท์ควรเก็บกวาดพื้นที่ นำก้อนหินที่แหลมคม เศษกิ่งไม้ออกก่อน เว้นพื้นที่ที่มีหญ้าขึ้นหนาแน่น ก้อนหินขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ที่มีน้ำขัง และไม่ควรพักแรมในพื้นที่ลาดเชิงเขา เพราะหากฝนตกหนัก อาจเกิดดินสไลด์-ดิน/หินถล่ม โดยหาพื้นที่เป็นดินทรายปนหินหรือดินร่วนบนทรายต้องถอยห่างจากเชิงเขาอย่างน้อย 10-20 เมตร
- น้ำ ไม่พักแรมในทางน้ำไหล/ริมน้ำ หรือลำธารที่แห้งแล้ง เพราะเมื่อฝนตกน้ำป่าไหลบ่า อาจต้องย้ายเต็นท์หนีน้ำกลางดึก หากเกิดกระแสน้ำป่าและโคลนถล่ม เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
- ลม สังเกตทิศทางของลม ไม่ควรกางเต็นท์อยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งที่ไม่มีโขดหินหรือต้นไม้บังทิศทางลม เพราะบนพื้นที่สูงมีลมกรรโชกแรง ซึ่งลมอาจตีเต็นท์ทั้งคืน ทำให้เต็นท์ปลิวหรือพังได้ และยังทำให้การประกอบอาหารยุ่งยากใช้เวลามากขึ้น แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใช้สมอบกยึดเต็นท์ทุกด้านให้แน่น และไม่ควรหันศรีษะไปทางลมประทะ อาจทำให้ไม่สบาย หรือนอนไม่หลับทั้งคืน
- ไฟ ไม่ควรกางเต็นท์ใกล้ข้างกองไฟเกินไป เพราะสะเก็ดไฟอาจไหม้เต็นท์ได้ บางพื้นที่ ที่สามารถก่อไฟปรุงอาหารได้ แต่ควรระวังเรื่องไฟไว้ให้มาก หลังใช้ต้องดับให้สนิท เพื่อป้องกันไฟลุกลามสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ
- พืช ไม่พักแรมใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะถ้าฝนตกกิ่งไม้ อาจหักลงมา หรือต้นไม้โค่นล้มลงมาทับได้ ควรหาทำเลใต้ร่มเงาไม้ที่ไม่ใหญ่นัก หรือหากเลี่ยงไม่ได้ก็สังเกตก่อนว่ามีกิ่งไม้ แห้งตายบนต้นไม้ หรือไม่ อีกทั้งต้นไม้ใหญ่เปรียบเสมือนสายล่อฟ้าอย่างดีมีความเสี่ยงที่ ที่ฟ้าผ่าได้มากกว่า และถ้าเราอยู่ใกล้ ๆ เราก็จะโดนกระแสไฟที่วิ่งมาตามพื้นดินด้วย และควรระวังต้นไม้ที่มีพิษ หากอยู่ใกล้ หรือเผลอไปสัมผัส หรือรับประทานเข้ไป อาจเกิดอาการแพ้ คัน แสบร้อน หรืออันตรายถึงชีวิตได้ เช่น หมามุ่ย หานช้างร้อง หานกวาง ตำแย รักใหญ่ ยางน่อง เป็นต้น ทางหลีกเลี่ยงการพักแรมใกล้พืชมีพิษเป็นวิธีที่ดีที่สุด
- สัตว์ ไม่พักแรมบริเวณทางเดินสัตว์ (ด่านสัตว์) ควรสังเกตดูร่องรอยสัตว์ป่าตามพื้นก่อน เพื่อเลี่ยงการปะทะกับสัตว์ป่าที่อาจออกมาหากินตามทางเดินยามค่ำคืน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้ โดยเฉพาะช้างป่า ดังนั้นหากพบเห็นรอยเท้าช้าง ขี้ช้าง อย่าพักแรมบริเวณนั้นเด็ดขาด และต้องระวังสัตว์มีพิษตามพื้นดินเสมอ ก่อนกางเต็นท์ หรือผูกเปล ควรปัดกวาดเศษใบไม้ ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณที่จะกางเต็นท์นอนให้โล่งเตียน เพื่อป้องกันสัตว์เลื้อยคลาน เช่น แมงป่อง ตะขาบ หรือแม้แต่งู ที่อาจซุกซ่อนตัวตามเศษใบไม้ ก้อนหิน ก่อนเข้านอนควรตรวจตราให้รอบคอบ เก็บรองเท้าให้มิดชิด ไม่ให้สัตว์มีพิษเข้าไปอยู่ในรองเท้า และก่อนใส่รองเท้าต้องเช็คทุกครั้ง
- คน รักษามารยาทในการใช้พื้นที่สาธารณะ กิจกรรมเดินป่า เป็นกิจกรรมนันทนาการที่กำลังเป็นกระแสนิยมในสมัยนี้ ผู้คนหลั่งไหลเข้าป่าเพื่อสัมผัสธรรมชาติ ดังนั้นการเที่ยวป่าที่ถูกต้อง นอกจากต้องเคารพธรรมชาติแล้ว ต้องเคารพผู้ร่วมทางด้วย ไม่ควรส่งเสียง ดังสร้างความรำคาญแก่ผู้อื่นหลัง 21.00 น. ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และงดใช้เสียง รวมทั้งหยุดทำทุกกิจกรรมหลัง 22.00 น.
