ชนิดของแผนที่
แผนที่สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทขึ้นกับเกณฑ์ที่ใช้ หลัก ๆ จะมี 3 ประเภท คือ
- แผนที่ตามเนื้อหา เช่น แผนที่ภูมิประเทศ แผนที่อุทกศาสตร์ แผนที่ที่ดิน
- แผนที่ตามมาตราส่วน เช่น แผนที่มาตราส่วนใหญ่-กลาง-เล็ก
- แผนที่ตามลักษณะการแสดงผล เช่น แผนที่ลายเส้น หรือแผนที่ภาพถ่าย
แผนที่ภูมิประเทศ
(Topographic Map)
แผนที่ทางทหาร
ในประเทศไทยมีการใช้แผนที่ทางทหารมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ปัจจุบันมีการปรับปรุงให้เป็นแผนที่สมัยใหม่โดยความร่วมมือกันของกรมแผนที่ทหารและหน่วยงาน NIMA ของสหรัฐอเมริกา ใช้มาตราส่วน 1:50,000 (ขนาด 15 x 15 ลิปดา) ชุด L7018 ซึ่งเป็นชุดปัจจุบัน โดยแผนที่หลักคือ แผนที่ภูมิประเทศ ครอบคลุม 830 ระวาง ทั่วประเทศไทย
สำหรับการฝึกขั้นกลางนั้นผู้เรียนจะได้เรียนรู้ และฝึกใช้แผนที่ภูมิประเทศตลอดหลักสูตร ทั้งนี้นักเดินป่าสามารถหาซื้อแผนที่รูปแบบนี้เองได้จากกรมแผนที่ทหาร เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้ประกอบการนำทางในอนาคต
องค์ประกอบของแผนที่

องค์ประกอบภายใน คือ สิ่งที่อยู่ภายในเส้นกริด ประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ เส้น สี และชื่อทางภูมิศาสตร์
องค์ประกอบภายนอก หรือรายละเอียดขอบระวาง คือ สิ่งที่อยู่บริเวณกรอบของขอบระวางทั้งหมด มีรายละเอียดต่าง ๆ โดยไล่จากมุมซ้ายบนตามเข็มนาฬิกาที่สำคัญและควรรู้ ได้แก่
- ชื่อชุดของแผนที่และมาตราส่วน จะปรากฏอยู่ ณ มุมซ้ายด้านบนของแผนที่ คือ ประเทศไทย มาตราส่วน 1:50,000

- ชื่อระวางแผนที่ จะปรากฏอยู่ ณ กึ่งกลางด้านบน และมุมซ้ายด้านล่างของแผนที่ โดยชื่อจะตั้งตามลักษณะเด่น หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่สำคัญของแผนที่

- ครั้งที่พิมพ์ หมายเลขลำดับชุด และหมายเลขแผ่นระวาง โดยครั้งที่พิมพ์ที่บอกให้ทราบถึงอายุของแผนที่ที่เกี่ยวข้องกับแผนที่ฉบับเดียวกัน เช่น ปีที่พิมพ์ จํานวนครั้งที่พิมพ์ รวมถึงหน่วยงานที่พิมพ์ ฉบับนี้คือ 1-RTSD หมายถึง พิมพ์ครั้งที่1 โดยกรมแผนที่ทหาร หมายเลขลำดับชุด เป็นหมายเลขอ้างอิงที่แสดงถึงการจัดทําแผนที่ว่าเป็นแผนที่ชุดใด ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข L = อักษรประจำภูมิภาคนี้ 7 = ช่วงขนาดของมาตราส่วนแผนที่ คือ 1:70,00-1:35,000 0 = ภูมิภาคย่อยของส่วน L 18 = ลำดับจัดทำแผนที่ โดยปัจจุบันของไทยจะเป็น L7018 และหมายเลขแผ่นระวางเป็นหมายเลขอ้างอิงแผ่นระวางนี้ เพื่อสะดวกในการจัดเก็บ หรือเพื่อสะดวกในการต่อแผนที่กับระวางที่อยู่ติดกัน เขียนด้วยตัวเลข 4 ตัว โดยตัวเลขสองตัวแรก นับจากตะวันตกไปตะวันออก และสองตัวท้ายนับจากใต้ขึ้นเหนือ โดยตัวตัวเลขเกิดจากการนำระบบพิกัดกริด UTM* มาใช้กำหนด

*UTM ย่อมาจาก Universal Transverse Mercator ซึ่งเป็นระบบกริดพิกัดแผนที่ที่ใช้ระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลกโดยแบ่งเป็น 60 โซน และใช้ค่าพิกัดแบบระนาบ ซึ่งแม่นยำกว่าระบบละติจูด-ลองจิจูด

- มาตราส่วนและมาตราส่วนบรรทัด แสดงอยู่กึ่งกลางระหว่างตอนล่างและมุมซ้ายตอนบน มาตราส่วนจะแสดงอัตราส่วนของระยะทางในแผนที่เทียบกับระยะจริงในแผนที่ โดยมาตราส่วนบรรทัดสร้างขึ้นมาเพื่อความสะดวกในการคำนวณระยะทางในแผนที่เทียบกับระยะทางจริง โดยมีหน่วยวัด 3 หน่วยหลัก ได้แก่ กิโลเมตร ไมล์ และไมล์ทะเล
สำหรับการใช้งานในประเทศไทยจะคุ้นเคยกับการใช้หน่วยกิโลเมตรมากที่สุด ซึ่งจะกำกับไว้เส้นบนสุด โดยขีดยาวถูกแบ่งออกเป็นช่องๆ ช่องละ 1 กิโลเมตร ส่วนช่องย่อยเล็ก แบ่งไว้เป็นช่องละ 100 เมตร

- ช่วงต่างเส้นชั้นความสูง ใช้สำหรับแสดงระยะห่างความสูงจากระยะของแต่ละเส้น โดยในมาตราส่วนที่นิยมใช้ (1:50,000) จะมีช่วงต่างเส้นชั้นความสูงเส้นละ 20 เมตร
- คำอธิบายสัญลักษณ์ คำอธิบายสัญลักษณ์ที่ใช้ในแผนที่อยู่ทางด้านล่างซ้าย คำอธิบายสัญลักษณ์มีความหมายเพื่อแทนสิ่งต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนพื้นโลก และนำมาแสดงไว้ในพื้นที่

- ตัวเลขบอกค่าพิกัดทางภูมิศาสตร์ ใช้ในการบอกตำแหน่งหรือขอบเขตสิ่งที่ปรากฏบนพื้นผิวในแผนที่ โดยเส้นขนานและเส้นเมริเดียนบอกค่าละติจูด (Latitude) และลองจิจูด (Longitude) อาจแสดงเป็นเส้นยาวจรดขอบระวางแผนที่ หรืออาจแสดงเฉพาะส่วนที่ตัดกันเป็นกากบาท หรืออาจแสดงเป็นเส้นสั้น ๆ เฉพาะที่ขอบ เมื่อดูตามแผนที่ตัวอย่างจุดเริ่มพิกัดของแผ่นระว่างนี้ คือ ละติดจูด 7 องศา N ลองจิจูด 100 องศา 30 ลิปดา E

